ความรัก

ความรัก
ความรักจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รูปหัวใจสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความรัก

ความรัก เป็นคำที่มีความหมายเกี่ยวกังอารมณ์และความรู้สึกเกี่ยวกับ การชอบ, การผูกพันทางจิตใจกับ บางสิ่งบางอย่าง คำว่ารักมีความหมายในหลายแง่มุมซึ่งทั้งลึกซึ้งและกว้างขวาง ต่างคนต่างมีความรักต่อผู้อื่นแตกต่างกัน ดังนั้นจึงยากต่อการอธิบายและให้คำนิยามคำว่ารักแบบเฉพาะเจาะจง รักเป็นความสัมพันธ์ซึ่งไม่ได้อยู่ลอยๆ หากมีรักก็จะต้องมีผู้ซึ่งเป็นฝ่ายรักและอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งเป็นผู้ถูกรัก ความรักเป็นนามธรรมจึง ไม่อาจมองเห็น, ไม่อาจจับต้อง ไม่อาจวัดปริมาณได้. โดยทั่วไปแล้ว ความเสียหายหรือการจากไปของสิ่งรักจะนำมาซึ่งความโศกเศร้าแก่ผู้รัก เนื่องจากผู้รักได้ให้คุณค่าแก่สิ่งนั้น อาจกล่าวได้ว่า ความโศกเศร้าจะมากหรือน้อยขึ้นกับคุณค่าที่ผู้รักกำหนดให้กับสิ่งที่ตนรัก นั้น ความรักไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่เพียงมนุษย์ สัตว์ต่างๆ ก็แสดงปรากฏการณ์ทางความรักให้เห็น เช่น การปกป้องลูก

รัก

รัก

นักปราชญ์ทั่วโลกพยายามหาความหมายที่แน่นอน หรือหานิยามของคำว่าความรัก แต่ไม่มีใครสามารถหาข้อสรุปได้ว่าความรักนั้นมีนิยามเช่นไร

เทวดาที่เกี่ยวข้องกับความรัก คือ กามเทพของศาสนาฮินดู และคิวปิดในตำนานความเชื่อของกรีก

สัญลักษณ์ที่หมายถึงความรัก คือ รูปหัวใจสีแดง, การชูมือออกมา แล้วกางเฉพาะนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วก้อย ซึ่งหมายถึง ฉันรักเธอ (I Love You) นอกจากนี้บางทีดอกกุหลาบก็หมายถึงความรักด้วย

วันแห่งความรัก (วันวาเลนไทน์) คือ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ซึ่งมักจะมีการแสดงความรักโดยการให้ของขวัญหรือให้ดอกกุหลาบ โดยถือว่าดอกกุหลาบนั้นเป็นดอกไม้แห่งความรัก

นิยามและคำจำกัดความ

* พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายของคำว่ารักไว้ว่า เป็นคำกริยา มีนิยามว่า ชอบอย่างผูกพันพร้อมด้วยชื่นชมยินดี

ข้างต้นกล่าวไว้ว่าความรักมีหลายแง่มุมแตกต่างกัน เราสามารถเห็นความแตกต่างนี้ได้อย่างชัดเจนหากแบ่งความรักออกเป็นประเภท ต่างๆ โดยใช้คู่กรณีของความรักเป็นเกณฑ์ เช่น:

รูปแบบของความรัก
* ความรักต่อบุคคล:
o ความรักต่อทายาท – รักที่พ่อแม่มีให้กับลูกผู้ซึ่งตนให้กำเนิด
o ความรักต่อบุพการี – รักที่ลูกมีต่อพ่อแม่
o ความรักต่อญาติพี่น้อง – รักที่มีระหว่างญาติพี่น้อง
o ความรักต่อเพศตรงข้าม – รักที่อาจมีอารมณ์ และ/หรือ ความรู้สึกทางเพศมาเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ได้
o ความรักต่อเพื่อน – รักที่มีระหว่างผองเพื่อน
* ความรักต่อสถาบัน – รักที่ผู้รักมีต่อสถาบันที่ตนมีส่วนผูกพัน เช่น รักชาติบ้านเมือง, รักศาสนา, รักพระมหากษัตริย์, รักโรงเรียน, รักภาษาไทย ฯลฯ
* ความรักต่อสิ่งต่างๆ – รักที่ผู้รักมีต่อสิ่งซึ่งตนเป็นเจ้าของหรือมีส่วนผูกพัน เช่น รักรถยนต์, รักหนังสือ, รักรถไฟ, รักเพลงคลาสสิก, รักฟุตบอล ฯลฯ
* ความรักต่อตนเอง – รักที่ผู้รักมีต่อตนเอง

จากการแบ่งนี้ช่วยให้เราเห็นความแตกต่าง เช่น ความรักที่เรามีต่อพ่อแม่นั้นแตกต่างจากความรักที่เรามีต่อแฟน. ความรักต่อพ่อแม่ของแต่ละคนก็แตกต่างกัน ความรักจึงยากต่อการวัดหรือการเปรียบเทียบ

ความรักในมุมมองของวิทยาศาสตร์
ความรัก คือ ความรู้สึกต้องการอยากอยู่ด้วยของสิ่งมีชีวิต
ทางเคมี
การศึกษาเกี่ยวกับระบบประสาทวิทยา ได้แสดงหลักฐานให้เห็นว่า เวลาที่คนเรามีความรู้สึกรักใคร่นั้น จะมีสารเคมีบางตัวในสมองเช่น เทสทอสเตอโรน( Testosterone) , เอสโทเจน (Estrogen),โดฟามีน ( Dopamine ) สารเคมีต่าง ๆ เหล่านี้มักจะเกิดขึ้นและคงอยู่ไม่กี่สัปดาห์หรือเพียงไม่กี่เดือน
ทางจิตวิทยา

รักแท้ – ความรักที่มีแต่การให้โดยไม่ต้องการสิ่งใดๆ ตอบแทน
ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ว่า รักแท้ นั้นมีอยู่จริงหรือไม่ หรือ เป็นเพียงแต่ช่วงอารมณ์ของคนๆ หนึ่งเท่านั้น

ความรักในมุมมองของศาสนา
ศาสนาพุทธ

ความรักคือความทุกข์ รักน้อยทุกข์น้อย รักมากทุกข์มาก ไม่รักเลยไม่ทุกข์เลย ที่ใดมีรักที่นั้นมีชีวิต

หากแต่คำกล่าวนี้ แท้จริงไม่ได้สื่อความว่าไม่ให้คนเรารักกัน แต่ความรักที่ให้แก่กันจะต้องเป็นความรักที่มอบให้อย่างบริสุทธิ์ใจอย่างมี เมตตา

ไม่คิดยึดติดในอารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียงหรือความรู้สึกต่อความรักนั้นๆ การแผ่เมตตาก็ถือเป็นความรักรูปแบบหนึ่ง

ศาสนาพุทธแบ่งความรัก (ปิยัง) เป็น 4 อย่าง คือ
1. ราคะ ความรักที่เกิดจากความต้องการทางเพศ
2. สิเนหา ความรักที่เกิดจากสัญชาติญาณ
3. เปมัง ความรักที่เกิดจากความผูกพัน ช่วยเหลือกันมา
4. เมตตา ความรักที่เกิดจากการฝึกให้คุณธรรมเกิดมีขึ้นใจจิตใจ

ศาสนาคริสต์
ศาสนาคริสต์ถือว่าความรักคือสิ่งสูงสุด คือทุกสิ่ง คือพระลักษณะของพระเจ้า คือพระเจ้า พระเจ้าคือความรัก ความรักของพระองค์ไม่มีที่สิ้นสุด

ความรักย่อมอดทนนาน และกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว
ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว
ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีในการประพฤติผิด
แต่ชื่นชมยินดีในความประพฤติชอบ
ความรักให้ทนได้ทุกอย่าง แม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ
และทนต่อทุกอย่าง ความรักไม่มีวันสิ้นสุด

เปรียบเสมือนความรักที่พระเยซูมีต่อเรา โดยลงมาตายบนไม้กางเขน ที่หาค่าไม่ได้ และไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าที่ปรารถนาจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กลับคืนดีกับเราอีก

นอกจากนี้ ความรักเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ไม่มีรักใดจะยิ่งใหญ่กว่านี้อีก คือการที่ผู้หนึ่งผู้ใดจะสละชีวิตของตนเพื่อมิตรสหายของตนและ

เหตุฉะนั้นจึงตั้งอยู่ 3 สิ่ง ความเชื่อ ความหวังใจและความรัก แต่ความรักยิ่งใหญ่ที่สุด

นอกจากนั้นพระคัมภีร์ยังเตือนว่าการมีทุกสิ่งทุกอย่างนั้นก็ดี แต่ถ้าหากปราศจากความรักแล้วจะมีคุณค่าก็หามิได้เลย

แม้ข้าพเจ้าจะพูดภาษาแปลกๆที่เป็นภาษามนุษย์หรือทูตสวรรค์ได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าเป็นเหมือนฆ้องหรือฉาบที่กำลังส่งเสียง แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะได้ จะรู้ความล้ำลึกทุกอย่างและมีความรู้ทั้งสิ้น และแม้จะมีความเชื่อมากยิ่งที่จะย้ายภูเขาไปได้ แต่ไม่มีความรัก ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย แม้ข้าพเจ้าจะบริจาคสิ่งของของข้าพเจ้าทุกอย่างหรือยอมให้เอาตัวไป เผาไฟ(สำเนาโบราณบางฉบับว่า เอาตัวไปเพื่อข้าพเจ้าจะอวดได้) แต่ไม่มีความรัก ก็จะไม่เป็นประโยชน์กับข้าพเจ้า …

ความรักไม่มีวันเสื่อมสูญ แม้การเผยพระวจนะก็จะเสื่อมสลายไป แม้การพูดภาษาแปลกๆก็จะเลิกพูดกัน แม้วิชาความรู้ก็จะเสื่อมสลายไป…

พระองค์เอง ยังทรงย้ำอีกว่า คนที่เป็นสาวกของพระองค์ต้องมีความรัก หากไม่มีความรัก ไม่ใช่สาวกของพระองค์

เราให้บัญญัติใหม่ไว้กับพวกท่าน คือให้รักซึ่งกันและกัน เรารักพวกท่านมาแล้วอย่างไร ท่านก็จงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น ถ้าท่านรักกันและกัน ดังนี้แหละทุกคนก็จะรู้ว่าท่านเป็นสาวกของเรา

ความรักในพระคริสตธรรมคัมภีร์ ไม่ใช่การตามใจ แต่คือ การเตือนสติกันด้วยความรักด้วย เพื่อมุ่งปรารถนาให้คนๆนั้นกลับตัวกลับใจเสียใหม่ในเรื่องที่ทำผิด

เรารักผู้ใดเราก็ตักเตือนและตีสอนผู้นั้น เหตุฉะนั้นจงมีความกระตือรือร้น และกลับใจเสียใหม่

นี่แน่ะ เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาผู้นั้นและจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา

ที่มา http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81

2 thoughts on “ความรัก

  1. ความรักเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก
    เหมือนสายลมที่ตาไม่สามารถมองไม่เห็น ใช้มือจับต้องไม่ได้
    แต่เราสามารถรู้สึกถึงมันได้

    เราจะรู้สึกถึงสัมผัสแห่งความรัก ได้ด้วยใจของเราเท่านั้น…

    ความรัก คือ การดูแล
    ความรัก คือ การเอาใจใส่
    ความรัก คือ รักเธอทุกวัน
    ความรัก คือ รักเธอเสมอ
    ความรัก คือ รักเธอคนเดียว
    ความรัก คือ รักเธอตลอดไป

    นิยามความรัก
    ต้นไม้อยู่ไม่ได้ ถ้าขาดน้ำ
    นกอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดฟ้า
    มดอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดน้ำตาล
    ฉันอยู่ไม่ได้ ถ้าขาดเธอ

    ความรักคือ การให้ และการไม่เห็นแก่ตัว และปรารถนาให้คนที่เรารักมีความสุข…
    ความรักคือ…ความซื่อสัตย์ ถ้าไม่มีความซื่อสัตย์ก้อคงไปด้วยกันไม่ได้
    ความรักคือ…ความเข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจกันก็จะทำให้ทะเลาะกัน
    ความรักคือ…อิสระ ถ้าเราไม่หั้ยอิสระกับคนที่เรารัก คนที่เรารักเขาก็จะไม่รักเรา
    ความรักคือ…บุพเพสันนิวาต เพราะหลายคนชอบคิดแบบนั้น
    ความรักคือ…การเสียสละ ถ้าเราเสียสละแล้วทำให้เขามีความสุขก็ต้องเสียสละ
    ความรักคือ…การให้ ให้ในสิ่งที่เราคิดว่ามีเขาความสุข

    http://www.love.holidaytours.in.th/
    ความรัก ไม่มีอาณาเขต ไม่มีพรหมแดน ไม่มีข้อจำกัด และกฎที่ตายตัว

  2. รัก คือ อะไรก็ตามที่คุณยอมและพร้อมจะทุ่มเทให้
    ความรักคือการให้………..
    ให้อะไรก็ได้………..
    ให้แล้วไม่ต้องหวังผลตอบแทน………
    ให้ความรู้…..ให้สิ่งของ……ให้ความรัก………….ให้คำปรึกษา………..ฯลฯ
    ให้แล้วเรามีความสุข………คนให้มีความสุข…..คนรับมีความสุข……………
    หากคนให้ไม่มีความสุข………….นั่นหมายถึง………
    การรอคอยผลตอบแทนที่จะได้รับจากการให้…………..
    และคนให้ได้ให้เกินแรงกายแรงใจของคนให้……..นั่นแหละจะเป็นทุกข์………………
    ให้แล้วสบายใจ……….ไห้แล้วเหมือนความว่างเปล่า………..นั่นแหละความสุข

    ทำอย่างไรให้ความรักไม่หมดอายุ
    ที่มา : hilight.kapook.com
    ความรักเป็นเพียงความรู้สึกดีๆ ที่คนสองคนร่วมกันสร้างความผูกพันด้วย ความซื่อสัตย์ จริงใจ เอาใจใส่และดูแลซึ่งกันและกัน ถึงจะทำให้ความรักยังคงอยู่ได้ แต่วิธีไหนล่ะ ที่จะรักษาความรักให้หวานชื่นเหมือนตอนแรกรัก มาดูกันค่ะ
    1. หมั่นเติมใจให้กัน : นึกถึงตอนรักกันใหม่ๆ อย่าลืมความดีกันและกัน แค่นึกถึงหรือไม่ลืมคงไม่พอ ต้องหมั่นเติมความหวานกันตลอด ทำทุกวัน ให้เหมือนวันแรกที่เริ่มรักกันและต้องการใช้ชีวิตร่วมกัน

    2. เปิดใจพูดคุย : การเงียบเป็นการสะสมความรู้สึกในด้านลบให้มากขึ้น การเปิดใจพูดคุยโดยใช้ภาษาที่ฟังแล้วสบายใจ กริยาที่ดูแล้วสบายตา จะทำให้เข้าใจกันมากขึ้น

    3. ทุกสิ่งย่อมเปลี่ยนแปลง : คิดซะว่า ตัวเราเป็นของเรา เพราะฉะนั้นไม่มีใครเป็นของเรา อย่าคิดไปหวังอะไรกับคนอื่น

    4. จิตใจมั่นคง : เมื่อคบกับใครแล้ว ควรคบเป็นคนๆ การมี “กิ๊ก” หรือ “ชู้” ถ้าเราไม่อยากให้ใครทำร้ายจิตใจ ก็อย่าทำแบบนั้นกับเขาก่อน

    5. รู้จักปรับตัวเข้าหากัน : คิดเสมอว่า คนสองคน ต่างมีการเลี้ยงดู สภาพแวดล้อมและความคิดจากครอบครัวที่แตกต่างกัน เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องมีเรื่องไม่เข้าใจกันบ้าง ให้คิดซะว่า ทุกเรื่องพบกันครึ่งทาง ทุกอย่างที่ขัดแย้งก็ดีขึ้น

    6. ให้ความเป็นส่วนตัว : จริงอยู่ว่า คบกัน ทุกเรื่องของแต่ละฝ่ายควรเปิดเผยต่อกัน ไม่มีความลับ แต่ในบางครั้ง ถ้าเป็นเรื่องไม่เสียหายหรือร้ายแรง อาจให้เวลาเป็นส่วนตัวต่อกันบ้าง

    7. รู้จักแบ่งเวลา : ความรัก มาจากคนสองคนที่มีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน แต่ไม่ได้มีเพียงสองคนบนโลกใบนี้ ให้คิดว่า ยังมีเพื่อน ครอบครัวหรือคนใกล้ชิดที่รอให้ไปเจอหรือรอให้เวลามาทำกิจกรรมร่วมกันอยู่

    8. ทำกิจกรรมร่วมกัน : คนรักกันควรมีเวลาเรียนรู้ ศึกษา ให้เวลาแก่กันอย่างมากพอ เพื่อที่จะได้รู้เข้าใจและผูกพันกันมากยิ่งขึ้น

    9. ลดความคาดหวัง : ไม่มีใครเป็นอย่างที่ใจเราต้องการได้ทุกอย่าง ทุกคนล้วนมีความฝันและรูปแบบชีวิตที่แตกต่างกัน

    *** เฉลยแบบทดสอบจิตวิทยา ความรักกับความหลง
    ที่มา : kodhit.bloggoo.com
    เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ ตอบทุกข้อหรือยังเอ่ย? ที่นี่มาดูเฉลยกันว่า เพื่อนๆ ตอบถูกหรือเปล่านะ
    เฉลยข้อ 1. หลง เพราะความรักต้องใช้เวลาในการเรียนรู้กันและกัน ต่างจากหลงที่เกิดขึ้นในทันทีทันใด

    เฉลยข้อ 2. รัก เพราะความรักไม่ได้เกิดจากความพึงพอใจแต่เพียงรูปร่างหน้าตาภายนอก แต่คนเราจะคบหากันยาวนาน ก็เพราะความเข้าอกเข้าใจและความเอาใจใส่กันและกัน

    เฉลยข้อ 3. หลง เพราะถ้าเป็นความรักละก็ ยิ่งรู้จักก็ยิ่งรักมากขึ้น แต่พอเป็นความหลง เมื่อรู้จักมากขึ้นกลับเลิกรักไปเสียเฉยๆ เห็นมั้ยล่ะว่ามันสวนทางกัน

    เฉลยข้อ 4. หลง เพราะความหลงเป็นเพียงความรู้สึกฉาบฉวย จึงหาเหตุผลไม่ได้ว่าทำไมเราถึงได้รักได้ชอบอีกฝ่าย แต่ถ้าเป็นความรัก ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งกว่า เราจะรู้ดีว่าชอบหรือรักเขาหรือเธอ เพราะอะไร

    เฉลยข้อ 5. หลง เพราะความหลงมักเกิดจากความพอใจเฉพาะรูปร่างหน้าตาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นความรักละก็ สำคัญที่จิตใจมากกว่า

    เฉลยข้อ 6. รัก เพราะถ้าเรารักใครก็จะมีความปรารถนาดีและเสียสละให้อีกฝ่ายด้วยความเต็มใจ แต่ถ้าเป็นความหลง เราจะไม่สนใจหรือความต้องการของอีกฝ่าย และเห็นแก่ตัวเองมากกว่า

    เฉลยข้อ 7. หลง เพราะถ้ารักใคร เราจะไม่บังคับและไม่ครอบครองอีกฝ่าย แต่ให้เขาเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด ขณะที่ถ้าเป็นความหลง เราจะบังคับให้เขาทำตามความต้องการของเรา และถือว่าเราเป็นเจ้าของเขา

    เฉลยข้อ 8. หลง เพราะความหลงเป็นความรู้สึกฉาบฉวย ผ่านไปเพียงไม่นาน ความรู้สึกก็จะคลาย แต่ถ้าเป็นความรักจะคงอยู่ยาวนานกว่า

Leave a Reply