วางตัวอย่างไร

วางตัวอย่างไร
วางตัวอย่างไร ในวันวาเลนไทน์
ถาม “ครูเทียนคะ วันวาเลนไทน์นี้ แฟนหนูมีเรื่องขอหนูหนึ่งเรื่อง
ซึ่งอ้างว่าตามสถิติแล้วสาวๆ มักเสียตัวในวันวาเลนไทน์
โดยให้เหตุผลว่าจะได้เป็นวันที่ระลึกถึงความรักของเรา
หนูคิดว่ามันเป็นการเอาเปรียบผู้หญิง
และแสดงให้เห็นว่าเขาไม่รักเราจริง
ครูเทียนคิดว่าหนูควรจะทำอย่างไรกับเขาดีคะ”

ตอบ แต่ก่อนเสียตัวแล้วจะเป็นจะตาย
เดี๋ยวนี้ไม่ได้เสียตัวก็จะเป็นจะตายเหมือนกัน
สังคมชวนให้คิดเรื่องพวกนี้ไปอย่างไร้สติ
ผู้หญิงบางคนคิดว่าวันสำคัญแบบนี้ไม่โดน นี่ต้องทบทวนเรตติ้ง

“จริงๆ การ
“ร่วมเพศ”ผมว่ามันก็เหมือนการเข้าส้วมมันเป็นเช่นนั้นเองในธรรมชาติของชีวิต”
สังคมทุนนิยมที่เล่นกับเรื่องอำนาจกำลังหลอกให้เราคิดว่าเรื่องเพศเป็นเรื่องใหญ่
คนจะได้ไม่ใส่ใจเรื่องความเลวร้ายอื่นในสังคม
แค่ติดอยู่แต่กับเรื่องนี้ ชีวิตนี้ก็ไม่ต้องคิดอะไรอีกแล้ว
วันนี้เรื่องเพศจึงเป็นเรื่องเป็นราวเหลือเกิน
ผมเห็นคำถามแบบนี้ว่าฮิตกันนักและเป็นเรื่องใหญ่เหลือเกิน
สนใจกันเหลือเกินจริงๆ การ
“ร่วมเพศ”ผมว่ามันก็เหมือนการเข้าส้วมมันเป็นเช่นนั้นเองในธรรมชาติของชีวิต
แต่สังคมตีกรอบวางความหมายไว้ให้เสียสมองในการคิด
เพราะเพศนี่ไม่มีก็แย่ มีก็แย่มีน้อยก็แย่มีมากก็แย่

ผู้ชายสมัยนี้ไม่ได้หญิงแล้วเสียเชิง ได้น้อยก็แพ้เพื่อน
เพศกลายเป็นเกมการล่า
ผู้หญิงซวยสุดเนื่องจากคนกำหนดความหมายในสังคมส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย
ผู้หญิงเลยโดนทั้งขึ้นทั้งล่อง เร็วไปก็หาว่าชิงสุกก่อนห่าม
เก็บไว้สุกคาต้นก็ด่าว่าขึ้นคาน ผู้หญิงแถวหน้า บางคน
จึงออกมาปฏิวัติประวัติศาสตร์ จะต้องเปลี่ยน
บางคนจึงเปลี่ยนจากผู้ถูกล่าเป็นฝ่ายล่าบ้าง
แก้แค้นเอาคืนกับสังคมที่กดขี่รุ่นแม่รุ่นยาย
แต่ก็อย่างที่เคยว่าไปแล้วว่า วันนี้เราอายุยี่สิบต้นๆ
โดนตีกรอบเรื่องเพศแน่นหนา แต่รุ่นยายเราอายุเท่าเรา
เขาไม่ต้องถูกขังอยู่ในโลกการศึกษาอย่างเรา
ไม่ต้องทำอะไรที่ขัดกับธรรมชาติของชีวิตอย่างทุกวันนี้

ผมคิดว่าเพศเป็นเรื่องส่วนตัว
ใครจะทำอะไรกับใครอย่างไรเป็นเรื่องส่วนตัว
แม้แต่จะกับเพศไหนก็เป็นเรื่องส่วนตัว
คนที่ไปยุ่งเรื่องชาวบ้านนี่แย่ถึงขั้นแย่มาก
เพราะมันเป็นกิจกรรมเฉพาะคู่ในวาระพิเศษของเขา
สำคัญแต่ต้องไม่เอาเรื่องนี้ไปใช้เป็นเครื่องมือเพื่อสิ่งอื่น
และต้องรู้เท่าทันสังคมด้วยว่าเรากำลังอยู่ท่ามกลางสังคมที่ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้มากเกินไป

ความจริงการใช้อำนาจกดขี่ในสังคมเป็นเรื่องใหญ่กว่าเรื่องเพศมากนัก
แต่เรากลับเฉย เช่น เมื่อเห็นเจ้านายกลั่นแกล้งลูกน้อง เราก็เฉย
แต่พอเรื่องใครไปได้ไปเสียกับใครนี่หูผึ่ง ตาวาว

สังคมเบี่ยงเบนให้เราเห็นความชั่วแท้ๆ เป็นเรื่อง “ปกติ”
และเห็นเรื่องธรรมดาสามัญของสัตว์โลกของคนทุกเผ่าพันธุ์
ของคนทุกรุ่นทุกสมัย ว่าเป็นเรื่องที่ทนไม่ได้ ต้องควบคุมกำราบจัดการ
ทั้งที่ใครจะได้จะเสียกับใคร ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วจริงๆ
มันควรจะเรียกว่า ได้กับได้และเสียกับเสียมากกว่า
สังคมล่อหลอกให้เราหลงวุ่นวายในความคิดกับเรื่องไร้สาระ
แล้วเอามาทำให้เป็นสาระแล้วก็ปล่อยให้เรื่องที่เลวร้ายมากๆ
กลายเป็นเรื่องชาชิน

ที่แย่สุดแย่ในเรื่องเพศเกือบทุกสนามดันมีเรื่องอำนาจแฝงอยู่แน่นเอียด
ไม่ว่าจะอำนาจเงิน อำนาจหน้าที่การงาน
อำนาจของเพศสภาพความเป็นหญิงเป็นชาย ฯลฯ

ปราศจากอำนาจและความหมายที่ประกอบสร้างขึ้นในสังคม
เพศเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกินข้าวนะ โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้ารักกันจริง
บรรลุนิติภาวะแล้ว และมีความรู้ในเรื่องการระวังป้องกัน
มั่นใจว่านี่คือการร่วมรัก มั่นใจในสิ่งที่จะได้และจะต้อง เสีย
ผมว่าเพศสัมพันธ์กันวันสำคัญเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ควรจำไว้ อย่างนึงว่า
เพศผู้มีธรรมชาติที่ต้องดิ้นรนผสมพันธุ์ไปเรื่อยเพื่อคัดเลือกสายเลือดประสาสัตว์โลก
แต่ประสามนุษย์ เพศชายเป็นเพศที่รับผิดชอบและปกป้องดูแล
กระทู้จากเน็ต

Leave a Reply