สธ.ยังห่วงเอดส์ลามติดเพิ่มอีก18.หมื่นคน

สธ.ยังห่วงเอดส์ลามติดเพิ่มอีก18.หมื่นคน
สธ.ยังห่วง”เอดส์”ลามแฉแค่ปี48ติดเพิ่มอีก18.หมื่นคน
สธ.เผยสถานการณ์เอดส์โลกรุนแรงเพิ่มขึ้น ในไทยมีผู้ติดเชื้อเกิน
1 ล้านราย เสียชีวิตแล้ว 5.6 แสน เฉพาะปี”48
มีผู้ติดเชื้อใหม่เกือบ 2 หมื่น
ส่วนใหญ่เป็นคนวัยทำงานและในกลุ่มชายรักชาย
ขณะที่วัยรุ่นมีพฤติกรรมเสี่ยงมากขึ้น พบเด็กมัธยมในกรุงเทพฯ
บางคนมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุ 13 และร้อยละ 11
มีเซ็กซ์เพื่อทำสถิติ แถมยังไม่ค่อยใช้ถุงยางป้องกัน
โดยมีแหล่งปลุกอารมณ์คือหนังสือการ์ตูน หนังเอ็กซ์ และเว็ปไซต์ลามก
ส่วนผลสำรวจทั่วโลกพบมีคนติดเชื้อเอดส์รายใหม่เพิ่มวันละกว่าหมื่นคน

กระทรวงสาธารณสุขเผยสถานการณ์โรคเอดส์รุนแรงมากขึ้น
โดยเมื่อวันที่ 23 พ.ย. น.พ.ธวัช สุนทราจารย์ อธิบดีกรมควบคุมโรค
เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคเอดส์ทั่วโลกในปี 2548
ว่ามีแนวโน้มรุนแรงขึ้น โดยมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วย 40.3
ล้านรายทั่วโลก มีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 4.9 ล้านราย
เฉลี่ยวันละกว่า 1.3 หมื่นราย ถือว่าเพิ่มขึ้นมากที่สุด
นับตั้งแต่ปี 2524 ที่เริ่มมีรายงานการพบผู้ป่วยโรคเอดส์
ในจำนวนนี้เป็นผู้ใหญ่ 3.1 ล้านราย เสียชีวิตแล้ว 2.6 ล้านราย
เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 6.4 แสนราย เสียชีวิตแล้ว 5.1
แสนราย ทั้งนี้ ร้อยละ 50 ของผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ทั่วโลก
เป็นเยาวชนอายุระหว่าง 15-24 ปี
และในแต่ละวันมีผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่เพิ่มขึ้นวันละ 13,500 ราย

น.พ.ธวัช กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์โรคเอดส์ในไทยตั้งแต่ปี
2527-2548 คาดว่ามีผู้ติดเชื้อเอดส์แล้ว 1.1 ล้านราย
เสียชีวิตแล้ว 5.6 แสนราย มีผู้ติดเชื้อที่ยังมีชีวิตอยู่ 5.4
แสนราย เฉพาะในปี 2548 เพียงปีเดียวมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1.8
หมื่นราย พบมากที่สุดในกลุ่มคนวัยทำงานอายุตั้งแต่ 20-39 ปี
จำนวนร้อยละ 77 เป็นการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ร้อยละ 84
โดยในกลุ่มชายรักชาย เฉพาะเขตกรุงเทพฯ มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ
28 และเป็นการติดเชื้อในกลุ่มวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-19 ปี
ซึ่งเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุด
เนื่องจากมีพฤติกรรมเสี่ยงเพิ่มมากขึ้น และใช้ถุงยางอนามัยน้อยลง

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการสำรวจพฤติกรรมทางเพศ
เด็กในระดับชั้นม.5 ทั่วประเทศในช่วงปี 2545-2547
พบว่าเด็กชายมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหรือคนรัก ร้อยละ 15
ส่วนอัตราการใช้ถุงยางเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากร้อยละ 18 เป็นร้อยละ
25 ส่วนในเด็กหญิงพบว่ามีเพศสัมพันธ์ร้อยละ 5
และมีอัตราใช้ถุงยางเพียงร้อยละ 15 นอกจากนี้
ผลสำรวจยังพบว่ากลุ่มเด็กในระดับ ม.1-6 จำนวน 3,000 คน
ในเขตกทม.ในเดือนส.ค.-ก.ย.2548 พบว่าร้อยละ 7.3
เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว และร้อยละ 6
เริ่มมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกเมื่ออายุเฉลี่ย 13-15 ปี

“แหล่งปลุกอารมณ์ทางเพศสำคัญที่สำรวจได้ คือ หนังสือการ์ตูน
ร้อยละ 72 วีซีดี-วิดีโอเอ็กซ์ ร้อยละ 64 อินเตอร์เน็ตโป๊ ร้อยละ 61
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เด็กมีเพศสัมพันธ์มาจากการอยู่ลำพังสองต่อสอง
อยากลองอยากรู้ กลัวแฟนไม่รัก
มีตัวเลขที่น่าเป็นห่วงว่าเด็กจำนวนร้อยละ 11
ที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อต้องการทำสถิติ
และยังพบว่ามีการใช้ถุงยางเพียงร้อยละ 7 เท่านั้น”
อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุ

น.พ.ธวัช กล่าวต่อว่า ในปี 2549
กระทรวงสาธารณสุขจะจัดซื้อถุงยางอนามัยคุณภาพดีกว่า 24 ล้านชิ้น
ราคา 37 ล้านบาท ส่งให้กลุ่มที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทั่วประเทศใช้ฟรี
ได้แก่ ผู้ให้บริการทางเพศ ผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์
แรงงานอพยพตามชายแดน เด็กและเยาวชนจำนวน 156,000 ราย
และจะติดตั้งตู้จำหน่ายถุงอนามัยแบบหยอดเหรียญทั่วประเทศใน 75
จังหวัด จำนวน 4,575 เครื่อง ในราคาแพ็กละ 10 บาท มี 3 ชิ้น
เพื่อให้การเข้าถึงถุงยางอนามัยง่ายขึ้น ตั้งเป้าหมายว่าสิ้นปี 2549
จะเพิ่มอัตราการใช้ถุงยางอนามัยในกลุ่มวัยรุ่นให้ได้มากกว่าร้อยละ
50 และลดอัตราการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ให้ไม่เกินร้อยละ 0.95
และลดอัตราการติดเชื้อในกลุ่มทหารเกณฑ์ให้ไม่เกินร้อยละ 0.45
ซึ่งในกลุ่มทหารเกณฑ์นั้นถือว่าน่าห่วง เพราะอยู่ค่ายทหารถึง 5 วัน
แต่เมื่อได้กลับบ้านในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ก็มักเที่ยวผู้หญิง
ทำให้อัตราการติดเชื้อสูงขึ้น

สำหรับการรณรงค์ในวันเอดส์โลกในปีนี้
กรมควบคุมโรคจะจัดกิจกรรมรณรงค์ตามโครงการออกแรงกาย ได้แรงใจ
เพื่อคนไทยห่างไกลเอดส์ ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ในวันที่ 30 พ.ย.
โดยมีเยาวชน นักเรียน นักศึกษา กลุ่มชายรักชาย
ผู้ให้บริการทางเพศ เครือข่ายผู้ติดเชื้อ
เครือข่ายนักปั่นจักรยาน ดารา นักร้อง นักแสดงกว่า 1,200 คน
ร่วมปั่นจักรยานเป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร เพื่อเป็นการรณรงค์
จากนั้นมีพิธีกล่าวพันธสัญญาแห่งความเสมอภาคในการปฏิบัติตนเอง
สร้างชุมชนให้เข้มแข็งปลอดภัยจากเอดส์
และประทับลายนิ้วมือลงบนเฟรมผ้าใบ
เพื่อเป็นหลักฐานการทำพันธสัญญา

Leave a Reply